Saturday, November 24, 2007


ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกส่วนใหญ่กล่าวว่าโลกกำลังร้อนขึ้นโดยอ้างอิงจากปรากฏการณ์ ภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆที่เกิดบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นต้นว่าเกิดพายุบ่อยครั้งเกิด ความ แห้งแล้งและน้ำท่วมรุนแรงผิดปกติ น้ำแข็งขั้วโลกละลายมากขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงจน ทำให้หลายประเทศมีแนวโน้มว่าจะจมอยู่ใต้น้ำเช่น หมู่เกาะมัลดีฟ อกจากนี้ภาวะโลกร้อน ยังส่งผล ต่อการเปลี่ยนแปลงฤดูกาลและการไหลเวียน ของกระแสน้ำในทะเลก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต ทั้งหลายที่อาศัยอยู่บนโลกนี้

สาเหตุที่ทำให้โลกร้อนขึ้นนั้นเกิดจากชั้นบรรยากาศของโลกมีแก๊ส ต่างๆสะสมเพิ่มมากขึ้นโดย เฉพาะแก๊สเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัส ออกไซด์มีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งแก๊ส เหล่านี้เปรียบเสมือนหลังคากระจกของโลก มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมา ยังพื้นโลกสะท้อนกลับออกไปได้หมดจึงทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกค่อนข้างสูงขึ้น นอกจากนั้นสาร คลอโรฟลูออโรคาร์บอน (สาร CFCs) ก็มีส่วนทำลายชั้น โอโซนซึ่งเป็นชั้นบรรยากาศชั้นบนของโลก เมื่อชั้นโอโซนถูกทำลาย รังสีอัลตราไวโอเลตจะส่องผ่านมายังผิวโลกได้มากขึ้น ก่อให้เกิดอันตรายต่อ มนุษย์เช่น เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง

สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลของโลกเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิด น้ำท่วมเฉียบพลัน ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ เนื่องจากอุณหภูมิและการ รวมตัวของไอน้ำในอากาศเปลี่ยนไปทำให้เขตแดนระหว่างทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ เปลี่ยนแปลงเป็นสภาพ ภูมิอากาศใหม่ ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถปรับตัวได้สูญพันธุ์ไปในที่สุด ทะเลทรายจะมีความ แห้งแล้งมากขึ้น อุณหภูมิที่สูงส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ด้านผลกระทบต่อมนุษย์ พบว่าผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงจะทำให้บางภูมิภาคของโลกประสบภาวะขาดแคลนอาหารจนก่อ ให้เกิดโรคขาดสารอาหาร นอกจากนั้นการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศยังมีผลต่อความคงทนของ เกสรสปอร์และสารมลพิษบางชนิดซึ่งอาจทำให้เกิดโรคหืด หอบหรืออาการภูมิแพ้ได้

No comments: